วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บทที่ 11 เรื่องที่ 2 การวางแผนเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

11.2  การวางแผนเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน
                การวางแผนเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน  จัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง  โดยเฉพาะสังเวียนการแข่งขันในธุรกิจปัจจุบัน  และสิ่งแวดล้อมทางเทคโนโลยีสารสนเทศอันซับซ้อน  ดังนั้นกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือวางแผนทางไอที จึงนำไปสู่การประเมินศักยภาพและความเสี่ยงขององค์กร ที่จะต้องเผชิญหน้าเมื่อมีการใช้กลยุทธ์พื้นฐานทางไอทีและเทคโนโลยี  เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน  โดยในบทที่  2  ที่ผ่านมาเราได้ศึกษาถึงแรงกดดันในการแข่งขัน  (ประกอบด้วยการชิงชัยระหว่างคู่แข่งขัน ภัยคุกคามจากผู้ค้ารายใหม่  ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน  อำนาจการต่อรองของลูกค้า  และอำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต) และการวางแผนกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน (ประกอบด้วยกลยุทธ์พื้นฐาน  5  ประการ  เช่น  ความเป็นผู้นำด้านต้นทุน  ด้านความแตกต่าง  ด้านนวัตกรรม  การเติบโต  และการเสาะหาพันธมิตรทางธุรกิจ)  ทำนองเดียวกันกับแบบจำลองโซ่คุณค่าของกิจกรรมพื้นฐานทางธุรกิจ ซึ่งแบบจำลองเหล่านี้สามารถนำมาใช้กับกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์  เพื่อช่วยสร้างความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับอีบิสซิเนส หรือธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
                การวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและไอที  มักนิยมใช้แมทริกซ์โอกาสทางกลยุทธ์  (Strategic Opportunities Matrix)  ที่ช่วยประเมินศักยภาพของกลยุทธ์ทางธุรกิจและโอกาสทางไอที  ทำนองเดียวกันกับการประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าจะเป็นไปได้
แมทิกซ์โอกาสทางกลยุทธ์ ที่ช่วยประเมินถึงความเสี่ยง ศักยภาพการจ่ายคืน และโอกาสทางไอที


                การวิเคราะห์  SWOT  (SWOT  Analysis) เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์  ถึงผลกระทบในแต่ละความเป็นไปได้ของโอกาสทางกลยุทธ์ที่สามารถมีในองค์กรรวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ  ด้วยการกำหนดจุดแข็ง  (Strengths)  และจุดอ่อน  (Weaknesses)  ซึ่งเป็นปัจจัยจากภายในองค์กรเอง  รวมถึงโอกาส  (Opportunities)  และอุปสรรค  (Threats)  ซึ่งเป็นปัจจัยจากภายนอก
                จุดแข็ง  ขององค์กรคือ  ความสามารถหลัก  (Core Competencies)  และทรัพยากรที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาด  หรือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ  จุดอ่อน  คือการปฏิบัติงานทางธุรกิจในบางส่วนขององค์กรที่ต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อถูกนำมาเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ หรือเทียบกับในตลาดเดียวกัน ในขณะที่ โอกาส ก็คือศักยภาพสำหรับตลาดธุรกิจใหม่ หรือนวัตกรรมที่มีความก้าวหน้าล้ำสมัย ที่สามารถนำมาใช้เพื่อขยายตลาดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยโอกาสจะเป็นเงื่อนไขจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลต่อจุดแข็ง  ส่วน  อุปสรรค  ก็คือศักยภาพของคู่แข่งขัน ที่ส่งผลต่อความสูญเสียทางการตลาดในธุรกิจของเรา และรวมถึงแรงกดดันทางการแข่งขันในด้านอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ  และเทคโนโลยีใหม่ๆ  ที่เข้ามาทำลายล้างสิ่งเดิมที่เคยเป็นอยู่  โดยอุปสรรคจะเป็นเงื่อนไขจากสภาพแวดล้อมภายนอก  ที่ส่งผลกระทบต่อจุดอ่อนของเรา


                ตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT สามารถมาจากปัญหาทางกาตลาด การวิเคราะห์คู่แข่งขัน โดยนักการตลาดจะกำหนดคู่แข่งขันแต่ละรายที่มีอยู่ในตลาด ด้วยการมุ่งประเด็นเกี่ยวเนื่องกับการวิเคราะห์ถึงจุดอ่อนและจุดแข็ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจะมีการตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนของคู่แข่งขันแต่ละรายแหล่งที่มาของรายได้  ทรัพยากรและความสามารถหลัก  ตำแหน่งทางการแข่งขัน  และความแตกแต่งของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงระดับการเป็นเจ้าของ หรือการกุมทุกอย่างอยู่ในมือ  (Vertical Integration) ของคู่แข่งขันว่ามีมากน้อยเพียงไร และผลตอบรับในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรม  รวมถึงปัจจัยอื่นๆ
                ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจำเป็นต้องลงทุนวิจัยตลาดเพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ตลาดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ในทำนองเดียวกันกับการวิจัยตลาดเพื่อนำไปสู่การบรรลุในสารสนเทศนั้น  และถึงแม้ว่านักการตลาดจะสามารถนำเทคนิคต่างๆ  มาใช้อย่างมากมาย  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้วิธีการต่อไปนี้
-                   การวิจัยการตลาดเชิงคุณภาพ  เช่น  การมุ่งเฉพาะไปยังกลุ่มตัวอย่าง
-                   การวิจัยการตลาดเชิงปริมาณ  เช่น  การสำรวจทางสถิติ
-                   เทคนิคการทดลอง  เช่น  การทดสอบตลาด
-                   เทคนิคการสังเกตการณ์  เช่น  การสังเกตจากชาติพันธ์ในแต่ละพื้นที่
-                   ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาจทำการออกแบบและคอยตรวจตราและดูสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่หลากหลาย  การนำกระบวนการอันชาญฉลาดมาใช้กับการแข่งขัน  จะช่วยบ่งชี้ถึงแนวโน้มและความรอบรู้ในการวิเคราะห์ตลาดขององค์กร
                และต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์  SWOT  ของโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง


Strengths
1.        ความมีชื่อเสียง
2.        มีลูกค้าประจำ
3.        มีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญสูง
Weaknesses
1.        มีเงินลงทุนหมุนเวียนจำกัด
2.        เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว
3.        รองรับงานในปริมาณจำกัด เนื่องจากมีเครื่องจักรเพียง  2  เครื่อง
Opportunities
1.        รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในภาคธุรกิจ ขนาดย่อม
2.        มีสถาบันกวดวิชาที่กำลังเปิดใหม่อยู่บริเวณใกล้เคียง
Threats
1.        มีโรงพิมพ์ตั้งขึ้นใหม่เพิ่มขึ้น  และมีการตัดราคากันเอง
2.        รัฐบาลเพิ่มภาษีนำเข้ากระดาษ  ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
ตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น